papayadesease
วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
การเพี้ยนของดอกมะละกอในช่วงอากาสร้อนจัด
เมื่อเข้าหน้าแล้ง อากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิอยู่ในช่วง 35 องศาขึ้นไป เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอ จะประสบปัญหา ดอกมะละกอเปลี่ยนไทป์ จากดอกกระเทย ที่สมบูรณ์ ลักษณะผลเป็นไปตามความต้องการของตลาด กลายเป็นผลที่มีลักษณะ ผิดเพี้ยนไป เช่น ตูดแหลมเป็นกลีบมะเฟือง ลูกกลม เป็นต้น อุณหภูมิ มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลง ลักษณะของดอก ในปัจจุบันยังไม่มียา หรือฮอร์โมน ที่สามารถ ลดการเพี้ยนของดอกได้ เกษตรกร มีวิธีการแก้ปัญหา ที่ดูเหมือนว่า ลดการเขียนของดอกได้บ้าง คือการบำรุงให้สมบูรณ์ ให้สารกลุ่มโปแตสเซียม และโบร่อน ในปริมาณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะโบร่อน จะใช้วิธีการหว่านแทนการฉีด และการฉีดพ่น ธาตุสังกะสี ในช่วงเวลานี้ ก็จะ ลดการเขียนของดอกได้บ้าง รวมไปถึง การใช้ หัวสปริงเกอร์ ฉีดน้ำขึ้นไปบนอากาศ เหมือนต้นมะละกอ เพื่อสร้างความชื้นสัมพัทธ์ ความเย็น ให้กับสภาพแวดล้อม ไลฟ์สดจะใช้วิธีการอย่างนี้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ 100% แต่อย่างน้อยก็แก้ปัญหาได้ ฉะนั้นแล้ว หลักของการ แก้ปัญหาดอกเพี้ยนคือ การบำรุงให้เพียงพอ การเน้นปุ๋ยให้โพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจน เช่น 13-13-21 หรือ หรือสูตรอื่น ที่มีสัดส่วน ไนโตรเจนกับโปแตสเซียม ต่างกัน 0.5 ถึง 1 เท่าขึ้นไป รวมถึงการให้ธาตุโบรอน ทางดิน โดยการหวานโบราณ 5 โบราณ 10 ที่ใช้ในสวนปาล์ม และการฉีดแคลเซียมโบรอนทางใบ ร่วมกับธาตุสังกะสี ปุ๋ยเกล็ดเช่น 13-0-46 และอาจจะผสม สาหร่าย หรือกรดอะมิโน สีน้ำตาลทางด่วน ร่วมลงไปด้วย เพื่อบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ที่สุด การใช้ naa คือฮอร์โมนตัวอื่น ไม่มีผลกับ ไม่มีผลกับการ เปลี่ยนลักษณะของดอก เท่าที่ได้ทดลองฉีดดู สำหรับพี่น้องทิพย์สำหรับเกษตรกร ที่ปลูกมะละกอในช่วง เดือนธันวาคม แล้วต้องคัดเพศดอก เดือนมีนาคมเมษายน ต้องใช้ความระมัดระวัง ในการคัดเพศ เพราะช่วงนี้ดอกจะเพี้ยน ทำให้ดูไม่ออกว่า เป็นต้นตัวเมียหรือเปล่า เพราะลักษณะของดอกจะคล้ายๆกัน จำเป็นที่จะต้อง แกะดูดอก หากพบว่า มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ในดอกเดียวกัน ต้นนั้นคือต้นกะเทย ถ้าแกะออกมาแล้ว มีแต่เกสรตัวเมีย ไม่มีเกสรตัวผู้รอบ ก็ตัดทิ้งได้เลย
วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556
การปลูกมะละกอฮอลแลนด์และการจัดการโรคและแมลงเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
ในการปลูกมะละกอฮอลแลนด์เพื่อการค้านั้นสิ่งที่จะทำให้เกษตรกรไทยประสบผลสำเร็จนั้น คือการจัดการในแปลงมะละกอของเกษตรกรเอง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เรื่องดิน ปุ่๋ย การให้น้ำ การจัดการเรื่องโรคและแมลง และเทคนิคการเพิ่มผลผลิตโดยการใช้ ฮอร์โมน อาหารเสริม ทางใบเพื่อสร้างขนาดและรสชาติให้ตรงตามความต้องการของตลาด รวมไปถึงการดูแลให้สวนมะละกอสามารถเก็บได้ยาวนาน ซึ่งแน่นอนหากทำอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดได้ครบถ้วน ต้นทุนการผลิตมะละกอต่อกิโลกรัมไม่น่าจะเกิน 3 บาท ดั้งนั้นหากราคาเหลือ 5 บาทก็ยังพอเหลือกำไร แต่หากเกษตรกรไทย ยังตั้งความหวังกับ ยาบางตัว ฮอรโมนอาหารเสริมบางยี่ห้อ แร่บางอย่าง ปุ๋ยบางยี่ห้อ มากเกินไป(จากการโฆษณาชวนเชื่อทางสื่อต่างๆ มากมาย แถมราคายังแพงมหาโหด) โดยไม่ได้ใช้การจัดการในสวนโดยองค์รวม เห็นสวนดังๆในสื่อใช้สารตัวนั้นแล้วประสบผลสำเร็จก็ไปใช้ตาม ลงทุนมากมายมะละกอราคาร่วงเลยอยู่กันลำบาก
บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงที่ได้เที่ยวชม ให้คำแนะนำ เสนอขายสินค้า ตั้งแต่สวนขนาดเริ่มต้นแบบชาวบ้าน ไปจนถึงสวนรายใหญ่ๆ พบว่าปัญหาที่มักจะเกิดกับเกษตรกรมือใหม่คือการไม่รู้จะแก้ปัญหาในสวนอย่างไร จึงมีความคิดว่าจะเขียนบล็อกออกแนวกลางๆเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจจะปลูกมะละกอ หรือผู้ที่กำลังประสบปัญหาโรคและแมลง คุณภาพผลผลิตไม่ดีอยู่ ได้เข้ามาอ่านเพื่อเป็นข้อมูลในการที่จะใช้ตัดสินใจและแก้ปัญหาดังกล่าว อาจมีการขายสินค้าบ้าง(ของผม)แต่ก็เป็นทางเลือกทางหนึ่งเท่านั้น ข้อมูลอ้างอิงจากตำราและประสบการณ์บ้าง อาจไม่เป็นวิชาการมากนัก แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลักวิชาการก็เป็นเพียงแค่หลัก แต่การที่จะปลูกมะละกอประสบผลสำเร็จได้นั้นขี้นอยู่กับเกษตรกรเอง เอาละมาเริ่มต้นกัน
การจัดการเรื่องดินก่อนปลูกมะละกอ
มะละกอฮอลแลนด์ขี้นได้ดีให้ผลผลิตดีในสภาพดินร่วนหรือร่วนปนทรายการระบายน้ำดี แน่นอนคนที่มีพื้นที่แบบนี้ประสบผลสำเร็จไปแล้วเกือบครี่ง แต่ถ้ามีพื้นที่ดิน ทรายจัด ดินเหนียว หล่ะ จะปลูกมะละกอต้องทำงัย มาดูกันเลย
1 ดินทรายจัดขาดอินทรีย์วัตถุุไม่มีตัวอุ้มปุํย ทำให้ใส่ปุ๋ยเปลืองเพราะสูญเสียเยอะ ก่อนปลูกต้องหาขี้ไก่แกลบ ขี้หมู ขี้วัว เตรียมรองพิ้น ให้ดีก่อนปลูก
2 ดินเหนียวที่ออกสีเกือบขาว แข็งตัวแล้วแน่น นอกจากต้องหาปู๋ยคอกมารองพื้นก่อนปลูก(หากเป็นขี้ไก่ใหม่ๆควรหว่านรองพื้นอย่างน้อยๆ ครึ่งเดือนก่อนย้ายกล้าปลูก) ยังต้องหาสารพวก ยิบซั่ม เพอไรท์ ภูไม่ท์ มาหว่านเพื่อลดการเกาะตัวกันแน่นของดิน แถบยังปรับความเป็นกรด-ด่างได้อีกด้วย
3 ดินทุกชนิดที่จะปลูกมะละกอ (ยกเว้นดินที่วัดความเป็นกรดด่างแลัวพบว่าเป็นด่างจัด) ทั้งปลูกซ้ำที่เก่าหรือบุกที่่ใหม่ ควรฆ่าเชื้อในดินและปรับความเป็นกรดในดิน ด้วยปูนขาว อัตราการใช้ต่อไร่ขี้นอยู่กับความเป็นกรดpH ง่ายเลยถ้าบุกที่ใหม่อาจใส่แค่ 30-50 กก/ไร่ หากที่ปลูกซ้ำที่เดิมก็ใช้เยอะหน่อย ประมาณ 100-150 กก/ไร่ ก็จะช่วยลอปัญหาโรครากเน่าในมะละกอได้ เพราะเชื่อรา ไฟทอปฯ เจริญได้ดีในดินเป็นกรด แต่การใส่ปูนต้องใส่ก่อนปลูก 3-4 สัปดาห์ก่อนย้ายกล้าปลูก หากปลูกก่อน ถ้าไม่ตายก็ไม่โต เพราะในช่วงทีปฎิกิริยาปูนในดินไม่จบ ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชจะถูกตรึงพืชเอามาใช้ไม่ได้ ก็เลยเหลือง
ระยะปลูกมะละกอที่เหมาะสม
ระยะปลูกมะละกอที่นิยมกันนั้นจะเป็นระยะ 2.5x2.5เมตร และระยะ 3x2.5เมตร
แต่ที่เหมาะสมคือระยะระหว่างแถว 3เมตร ระยะระหว่างต้น 2.5 เมตร เพราะการจัดการเรื่องโรคและแมลงทำไดดีกว่า การปลูกหากเป็นพื้นราบควรยกร่องสูงเพื่อระบายน้ำและกันน้ำท่วมราก ในที่ลาดระบายน้ำดียกร่องไม่ต้องสูงมากแต่เน้นการระบายน้ำที่ดี
ปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก สูตรใหนดี
หากพื้นที่เป็นดินทราย ปุ๋ยใส่ให้ครบสูตรก็ดี เช่นสูตร 15-15-15, 25-7-7, 16-8-8 หรือสูตรอื่นๆที่มีสัดส่วนประมาณนี่ ตามกำลังทรัพย์ ส่วนดินเหนียว ดินร่วน จะใส่ตามนี้ก็ได้ หรือจะใส่แค่ 46-0-0,30-0-0,21-0-0 ก็แล้วแต่ความชอบ
การย้ายกล้าลงปลูก
หลังจากเดรียมดินปลูกขุดหลุมปลูกดีแล้ว จำนวนต้นที่ปลูกก็จะมีตั้งแต่2-4 ต้น ปลูกเผื่อเพื่อค้ดดอก และสายพันธุ์ เพราะว่าหากซื่อเมล็ดมาผ่าเอง ต้องปลูกเยอะหน่วยเผื่อคัดพันธุ์ด้วยหากมีก้าน11 แฉกและมีใบย่อยตั้งขึ้นหนึ่งใบก็ตรงพันธุ์ ที่เหลือก็คัดดอก ที่พูดอย่างนี้เพราะ พันธุ์มะละกอฮอลแลนด์เป็นลูกผสมเปิด (OP)ครับหากไม่ทำตามหลักการคัดพันธุ์คือซื้อมะละกอจากตลาดมาแล้วผ่าเอาเมล็ดมาปลูกก็ต้องเสี่ยงเอา ส่วนพันธุ์ที่ซื้อมาเป็นกระป๋องหรือจากผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพก็ปลูกแค่ 2 ต้นก็พอ
การคัดเพศดอกมะละกอ
คัดเพศมะละกอได้ตรงประสบผลสำเร็จได้เกินครีง
เพราะดอกมะละกอมีอยู่ 3 ชนิด คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย ดอกกระเทยหรือดอกสมบูรณ์เพศ
ดอกที่ให้ผลตรงตามสายพันธุ์คือผลคล้ายฟักอ่อนคือ ดอกกระเทย ส่วนดอกตัวเมียจะให้ผลกลมไม่ตรงพันธุ์ ดอกกระเทยนั้น จะมีทั้งเกษรตัวผู้และเกษรตัวเมียในดอกเดียวกัน ส่วนดอกตัวเมียนั้นจะมีแต่เกษรตัวเมีย มาดูตามรูป ก็แล้วกัน
บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงที่ได้เที่ยวชม ให้คำแนะนำ เสนอขายสินค้า ตั้งแต่สวนขนาดเริ่มต้นแบบชาวบ้าน ไปจนถึงสวนรายใหญ่ๆ พบว่าปัญหาที่มักจะเกิดกับเกษตรกรมือใหม่คือการไม่รู้จะแก้ปัญหาในสวนอย่างไร จึงมีความคิดว่าจะเขียนบล็อกออกแนวกลางๆเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจจะปลูกมะละกอ หรือผู้ที่กำลังประสบปัญหาโรคและแมลง คุณภาพผลผลิตไม่ดีอยู่ ได้เข้ามาอ่านเพื่อเป็นข้อมูลในการที่จะใช้ตัดสินใจและแก้ปัญหาดังกล่าว อาจมีการขายสินค้าบ้าง(ของผม)แต่ก็เป็นทางเลือกทางหนึ่งเท่านั้น ข้อมูลอ้างอิงจากตำราและประสบการณ์บ้าง อาจไม่เป็นวิชาการมากนัก แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลักวิชาการก็เป็นเพียงแค่หลัก แต่การที่จะปลูกมะละกอประสบผลสำเร็จได้นั้นขี้นอยู่กับเกษตรกรเอง เอาละมาเริ่มต้นกัน
การจัดการเรื่องดินก่อนปลูกมะละกอ
มะละกอฮอลแลนด์ขี้นได้ดีให้ผลผลิตดีในสภาพดินร่วนหรือร่วนปนทรายการระบายน้ำดี แน่นอนคนที่มีพื้นที่แบบนี้ประสบผลสำเร็จไปแล้วเกือบครี่ง แต่ถ้ามีพื้นที่ดิน ทรายจัด ดินเหนียว หล่ะ จะปลูกมะละกอต้องทำงัย มาดูกันเลย
1 ดินทรายจัดขาดอินทรีย์วัตถุุไม่มีตัวอุ้มปุํย ทำให้ใส่ปุ๋ยเปลืองเพราะสูญเสียเยอะ ก่อนปลูกต้องหาขี้ไก่แกลบ ขี้หมู ขี้วัว เตรียมรองพิ้น ให้ดีก่อนปลูก
2 ดินเหนียวที่ออกสีเกือบขาว แข็งตัวแล้วแน่น นอกจากต้องหาปู๋ยคอกมารองพื้นก่อนปลูก(หากเป็นขี้ไก่ใหม่ๆควรหว่านรองพื้นอย่างน้อยๆ ครึ่งเดือนก่อนย้ายกล้าปลูก) ยังต้องหาสารพวก ยิบซั่ม เพอไรท์ ภูไม่ท์ มาหว่านเพื่อลดการเกาะตัวกันแน่นของดิน แถบยังปรับความเป็นกรด-ด่างได้อีกด้วย
3 ดินทุกชนิดที่จะปลูกมะละกอ (ยกเว้นดินที่วัดความเป็นกรดด่างแลัวพบว่าเป็นด่างจัด) ทั้งปลูกซ้ำที่เก่าหรือบุกที่่ใหม่ ควรฆ่าเชื้อในดินและปรับความเป็นกรดในดิน ด้วยปูนขาว อัตราการใช้ต่อไร่ขี้นอยู่กับความเป็นกรดpH ง่ายเลยถ้าบุกที่ใหม่อาจใส่แค่ 30-50 กก/ไร่ หากที่ปลูกซ้ำที่เดิมก็ใช้เยอะหน่อย ประมาณ 100-150 กก/ไร่ ก็จะช่วยลอปัญหาโรครากเน่าในมะละกอได้ เพราะเชื่อรา ไฟทอปฯ เจริญได้ดีในดินเป็นกรด แต่การใส่ปูนต้องใส่ก่อนปลูก 3-4 สัปดาห์ก่อนย้ายกล้าปลูก หากปลูกก่อน ถ้าไม่ตายก็ไม่โต เพราะในช่วงทีปฎิกิริยาปูนในดินไม่จบ ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชจะถูกตรึงพืชเอามาใช้ไม่ได้ ก็เลยเหลือง
ระยะปลูกมะละกอที่เหมาะสม
ระยะปลูกมะละกอที่นิยมกันนั้นจะเป็นระยะ 2.5x2.5เมตร และระยะ 3x2.5เมตร
แต่ที่เหมาะสมคือระยะระหว่างแถว 3เมตร ระยะระหว่างต้น 2.5 เมตร เพราะการจัดการเรื่องโรคและแมลงทำไดดีกว่า การปลูกหากเป็นพื้นราบควรยกร่องสูงเพื่อระบายน้ำและกันน้ำท่วมราก ในที่ลาดระบายน้ำดียกร่องไม่ต้องสูงมากแต่เน้นการระบายน้ำที่ดี
ปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก สูตรใหนดี
หากพื้นที่เป็นดินทราย ปุ๋ยใส่ให้ครบสูตรก็ดี เช่นสูตร 15-15-15, 25-7-7, 16-8-8 หรือสูตรอื่นๆที่มีสัดส่วนประมาณนี่ ตามกำลังทรัพย์ ส่วนดินเหนียว ดินร่วน จะใส่ตามนี้ก็ได้ หรือจะใส่แค่ 46-0-0,30-0-0,21-0-0 ก็แล้วแต่ความชอบ
การย้ายกล้าลงปลูก
หลังจากเดรียมดินปลูกขุดหลุมปลูกดีแล้ว จำนวนต้นที่ปลูกก็จะมีตั้งแต่2-4 ต้น ปลูกเผื่อเพื่อค้ดดอก และสายพันธุ์ เพราะว่าหากซื่อเมล็ดมาผ่าเอง ต้องปลูกเยอะหน่วยเผื่อคัดพันธุ์ด้วยหากมีก้าน11 แฉกและมีใบย่อยตั้งขึ้นหนึ่งใบก็ตรงพันธุ์ ที่เหลือก็คัดดอก ที่พูดอย่างนี้เพราะ พันธุ์มะละกอฮอลแลนด์เป็นลูกผสมเปิด (OP)ครับหากไม่ทำตามหลักการคัดพันธุ์คือซื้อมะละกอจากตลาดมาแล้วผ่าเอาเมล็ดมาปลูกก็ต้องเสี่ยงเอา ส่วนพันธุ์ที่ซื้อมาเป็นกระป๋องหรือจากผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพก็ปลูกแค่ 2 ต้นก็พอ
การคัดเพศดอกมะละกอ
คัดเพศมะละกอได้ตรงประสบผลสำเร็จได้เกินครีง
เพราะดอกมะละกอมีอยู่ 3 ชนิด คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย ดอกกระเทยหรือดอกสมบูรณ์เพศ
ดอกที่ให้ผลตรงตามสายพันธุ์คือผลคล้ายฟักอ่อนคือ ดอกกระเทย ส่วนดอกตัวเมียจะให้ผลกลมไม่ตรงพันธุ์ ดอกกระเทยนั้น จะมีทั้งเกษรตัวผู้และเกษรตัวเมียในดอกเดียวกัน ส่วนดอกตัวเมียนั้นจะมีแต่เกษรตัวเมีย มาดูตามรูป ก็แล้วกัน
วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)